กรอกใบสมัครอย่างไรให้ได้งาน

ทุกบริษัท จะมีใบสมัครงานของแต่ละบริษัท อาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันบ้างแต่ไม่มากนักต่อ ไปนี้เป็นวิธีกรอกใบสมัครอย่างไรให้เป็นที่สนใจที่จะได้รับการคัดเลือกให้ มาทดสอบข้อเขียนหรือสอบ สัมภาษณ์

1. อ่านใบสมัครงาน
ก่อนที่จะกรอกใบสมัครควรที่จะอ่านใบสมัครงานให้จบเสียก่อน เพราะจะได้กรอกข้อมูลไม่ผิด พลาดอ่านให้เข้าใจแล้วค่อยๆกรอก ไม่ควรให้ใบสมัครงานมีรอยลบขูดขีดใบสมัครงานจำนวนมากที่ไม่ ผ่านการคัดเลือกเพราะสกปรก มีร่องรอยการแก้ไขมีการลบข้อความไม่ควรใช้น้ำยาป้ายลบคำผิดมากๆจน น่าเกลียด ขอแนะนำว่าถ้าคุณกรอกใบสมัครผิดควรขอใบสมัครงานชุดใหม่มากรอกน่าจะเป็นผลดี ต่อตัว คุณเองมากกว่า

2.การเขียน
ต้องเขียนให้สวยงามชัดเจนและต้องอ่านง่าย การพิจารณารับพนักงานบางตำแหน่งเรื่องลายมือมี ผลต่อการรับหรือไม่รับพนักงานเข้าทำงานเป็นอย่างมาก การดูลายมือสามารถบอกได้ว่าคุณมีความสนใจ ในงานมากน้อยขนาดไหนคุณใส่ใจหรือเปล่า ลายมือสามารถบ่งบอกอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร ได้เป็นอย่างมาก ใบสมัครของคุณจะผ่านการคัดเลือกหรือไม่ก็อยู่ที่ลายมือเป็นสำคัญ

3. ข้อมูล   ต้องกรอกข้อมูลทุกบรรทัดให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้ เพราะข้อมูลทุกอย่างมีผลต่อการตัดสินใจใน การคัดเลือก

4. ปิดจุดอ่อนของตัวเอง ไม่ ควรกรอกข้อมูลที่เป็นจุดอ่อนของตัวคุณเอง เช่นในกรณีที่เกรดคุณน้อยต่ำกว่า 2.5 ถ้าไม่จำเป็น คุณไม่ต้องใส่ลงไป เพราะเขาสามารถเห็นได้ที่ Transcript ของคุณอยู่ดี ฉะนั้นคุณต้องเตรียมคำ ตอบมาตอบด้วยว่าทำไมเกรดถึงน้อย เช่น ควรตอบว่าคุณทำกิจกรรมตลอดเวลาในขณะที่เรียนคุณทำงาน ไปด้วยเรียนไปด้วย

5. เน้นความจริง  ต้องกรอก ข้อมูลตามความเป็นจริง คุณอย่าลืมว่าผู้ที่ทำการสัมภาษณ์คุณเป็นผู้ที่มีความรู้ความ สามารถมีประสบการณ์มากกว่าคุณแน่นอน เขาสามารถทราบได้ทันทีว่าคุณโกหกเขาหรือเปล่า

6. . ตำแหน่งที่ต้องการ   ควรระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครให้ชัดเจน เพราะถ้าคุณไม่ระบุลงไปเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัครก็ไม่ทราบ ว่าจะจำแนกคุณลงในตำแหน่งไหนสุดท้ายใบสมัครของคุณโดนคัดออกแน่ๆ

7. เงินเดือนที่ต้องการ  การระบุเงินเดือนที่ต้องการ ในกรณีที่คุณยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานขอแนะนำว่าให้กรอก คำว่า ”ตามโครงสร้างของบริษัท” ส่วนคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานแล้วนั้นคุณควรศึกษาอัตราค่าจ้าง ตามตลาดแรงงานโดยทั่วไปเพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบเรื่องเงินเดือน หรือผลตอบแทนถือว่าเป็นส่วนที่สำ คัญในการพิจารณากันทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ผลตอบแทนที่คุณรับได้ต้องมีความเหมาะสมคุณถึงจะมี ความสุขในการทำงานซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเอง ในบริษัทที่มีมาตรฐานเขาจะมีโครง สร้างในเรื่องการบริหารค่าจ้างที่ชัดเจนอยู่แล้วเช่นจบปริญญาตรีสาขานี้ไม่ มีประสบการณ์อัตราเงินเดือน เท่านี้ ประสบการณ์หนึ่งปีเท่านี้ สองปีเท่านี้ สามปีเท่านี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราเงินเดือนที่คุณระบุลงไปอย่างเดียว

8. ความละเอียดรอบคอบ   การให้ข้อมูลที่ผิดพลาดในใบสมัครทำให้เสียโอกาสที่จะได้ทำงาน จึงต้องระมัดระวังทำความเข้าใจคำสั่งก่อน โดยทั่วไปเมื่อได้แบบฟอร์มมามักจะกรอกข้อมูลไปทันที ตั้งแต่ช่องแรกของหน้าแรก โดยไม่ได้ดูแบบฟอร์มนั้น ให้หมดเสียก่อน ใบสมัครบางแห่ง มีข้อความระบุไว้ในตอนต้นใบสมัครว่า หากใช้ภาษาอังกฤษได้ขอให้เขียน ด้วยภาษาอังกฤษแทน ก็มักพบเสมอว่ามีเขียนด้วยภาษาไทยไปก่อน เมื่ออ่านเจอคำสั่งจึงขีดฆ่าภาษาไทยและ เขียนภาษาอังกฤษแทน ในช่องประวัติการศึกษา หรือประวัติการทำงาน ก็เป็นอีกตอนหนึ่งซึ่งผู้สมัครที่ขาด ความละเอียดในการทำความเข้าใจคำส่งจะทำผิดเสมอ บางบริษัทกำหนดว่าให้เริ่มจากหลังสุดก่อน ถ้าเป็น การศึกษาก็คือเริ่มจากสถานศึกษาล่าสุดก่อน แล้วย้อนขึ้นไปตามลำดับจนกระทั่งถึงแห่งแรก บางบริษัทกำหนดให้เริ่มจากแห่งแรกมาจนถึงปัจจุบันหรือล่าสุดเมื่อกรอกข้อมูล เสร็จแล้วขอให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง แม้ว่าจะมีความผิดพลาดในการกรอกใบสมัคร แต่ถ้าตรวจดี ๆ ก็จะพบและแก้ไขได้ก่อนที่จะส่งใบสมัคร พยายามให้ข้อมูลให้มากที่สุดค่ะ

ดังนั้นอยากให้ผู้สมัครงานควรนำไปใช้ปฎิบัติดู เพราะเป็นประโยชนอย่างมาก  ขอให้โชคดีในการสมัครงานนะคะ

 

Jobfinal Team

This entry was posted in เทคนิคการหางาน and tagged . Bookmark the permalink.

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>